Digital Age

ธันวาคม 19, 2006

เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเลือกได้ตามต้องการ

Filed under: Internet, Professional Choices, Wi-Fi — printmag @ 6:48 am

08838.jpg

ในสมัยก่อนการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตก็สามารถได้ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ไม่ได้มีรูปแบบให้เลือกมากนัก ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลายรูปแบบ

การเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตในแบบดั้งเดิมนั้น (เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้กันอยู่) ก็ใช้ผ่านทางสายโทรศัพท์ มีโมเด็มเป็นตัวกลางระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับสายโทรศัพท์ ความเร็วที่ได้ก็ไม่มากมายอะไรสูงสุดแค่ 56Kbps แต่ตอนนั้นคุณก็อาจจะรู้สึกว่ามันสุดยอด เร็วปรู๊ดปราดแล้ว ซึ่งความเชื่อในเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตในยุคนั้น บวกกับในตลาดไม่ได้แข่งกันเรื่องความเร็ว ทำให้ไม่มีความรู้สึกอิจฉา หรืออวดกันว่า “เน็ตของใครเร็วกว่า” โผล่ออกมาให้เห็นกัน

แต่ในวันนี้ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ตัวเลือกการต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ Dial Up อย่างที่รู้จักอย่างเดียว อีกทั้งคนส่วนหนึ่งก็คิดว่าการใช้โมเด็ม Dial Up เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นล้าสมัย และเก่าไปแล้ว ความเร็วที่ได้ก็ช้าไม่ทันใจเมื่อได้สัมผัสกับความเร็วของเทคโนโลยี DSL, Cable หรือระบบจานดาวเทียม

โดยในอเมริกานั้นช่วงปี 2002 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในบ้านเพียง 21% แต่ในปี 2005 มีผู้ใช้บรอดแบนด์ในบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 53% แต่ก็ยังมีถึง 47% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ยังคงใช้การเชื่อมต่อแบบ Dial Up แบบเดิม [Source: Pew Internet & American Life Project]

นั่นก็เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีของ DSL (Digital Subscriber Line) และ Cable ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน ซึ่งยังมีพื้นที่ในอเมริกาอีกมากที่ยังไม่สามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังระบุอีกว่า คนในอเมริกาที่ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นส่วนใหญ่เป็นคนแก่ และคนจน ซึ่งคนในกลุ่มนี้มักจะเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยระบบ Dial Up แบบเดิม

เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบไหนที่เหมาะกับคุณ
คุณอาจจะแปลกใจว่าบรอดแบนด์โซลูชั่นแบบไหนที่ดีที่สุด? อันที่จริงแล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบไหนที่ในพื้นที่นั้นสามารถใช้ได้ นอกจากนี้ผู้ใช้หลายๆ คนอาจจะพิจารณาถึง ความเป็นส่วนตัว ความสะดวก ความเร็ว และราคา เข้ามาประกอบการตัดสินใจ

ตอนนี้มาดูกันว่าเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบไหนเป็นอย่างไร มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันอย่างไร

Cable Internet Access
เทคโนโลยีนี้เป็นการใช้สายเคเบิ้ลทีวีภายในบ้าน ซึ่งคุณสามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยการใช้เทคโนโลยีนี้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นมั่นใจได้ว่าจะให้ความเร็วที่สูงกว่าการใช้ Dial Up แน่นอน การติดตั้งทำได้ง่าย รวดเร็ว แต่ทั้งนี้ คุณต้องมีเคเบิ้ล โมเด็ม เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อสัญญาณด้วย

ข้อได้เปรียบที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้เทคโนโลยีนี้ก็คือ ความเร็ว โดยจะมีความเร็วสูงสุดที่ 10 Mbps แต่ทั้งนี้ ความเร็วของ Cable นั้นจะลดลงเมื่อมีการแชร์ความเร็วกันใช้ใน Local Network ที่มีผู้ใช้จำนวนมากๆ หรือในสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นอย่างหนาแน่น หรือสถานที่ที่มีการใช้บริการจากผู้ให้บริการ Cable จากบริษัทเดียวกันที่ทำงานอยู่บนเครือข่ายเดียวกันมากๆ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณไม่ได้ความเร็วสูงสุดในการต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ต โดยก่อนที่คุณจะตัดสินใจรับบริการก็ควรจะโทรไปถามรายละเอียดผู้ให้บริการก่อน ถามถึงสิ่งที่สงสัย แต่ถ้าจะให้ดีไปกว่านั้นก็ควรจะลองถามเพื่อนบ้านที่ใช้บริการเคเบิ้ลอินเทอร์เน็ต อยู่ว่าความเร็วเป็นอย่างไรบ้าง บริการดีหรือไม่

DSL Internet Access
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยใช้เทคโนโลยี DSL นั้น จะเป็นเทคโนโลยีที่อยู่บนพื้นฐานของสายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ได้รับความเร็วของอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีแบบ Cable ให้ความเร็วสูงมาก แต่ DSL ก็ให้ความเร็วที่สูงกว่าอินเทอร์เน็ตแบบเดิมๆ อย่าง Dial Up เช่นกัน และเป็นการมอบประสบการณ์ใหม่บนโลกไซเบอร์ที่ดีกว่าเดิม แต่ไม่ต้องเสียเงินมากอีกด้วย ส่วนการติดตั้งนั้นทำได้รวดเร็ว แต่คุณก็ต้องไปหาโมเด็ม DSL มาใช้สักเครื่องหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นโมเด็มที่แถมมาให้พร้อมกับบริการด้วยก็จะยิ่งดีมากๆ เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

ถ้าคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่บริการ DSL ยังไม่ไปถึง ก็ให้อดทนไว้หน่อย เพราะว่าผู้ให้บริการแต่ละรายก็คงจะเร่งขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมโดยเร็วที่สุด

ข้อได้เปรียบ 2 เรื่องใหญ่ๆ ของการใช้ DSL ก็คือ เรื่องของราคาและความเร็ว โดยคุณต้องการเพียงแค่โมเด็ม แล้วก็ทำตามขั้นตอนการติดตั้ง และทำการ Configure ตามที่คู่มือระบุ เท่านี้ก็สามารถใช้บริการได้แล้ว โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้บริการ DSL นั้นจะมีสัญญาเป็นรายเดือน หรือรายปี เพราะผู้ให้บริการก็ต้องการให้ผู้ใช้ได้ใช้บริการไปนานๆ อีกทั้งผู้ใช้บริการก็ยังได้สินค้าในราคาที่ถูกกว่าด้วย แต่ทั้งนี้คุณก็ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะใช้บริการ DSL ในระยะยาว ใช้อย่างคุ้มค่า ไม่คิดจะเปลี่ยนไปใช้บริการอย่างอื่น

แม้ว่าความเร็วของ DSL จะช้ากว่า Cable โดยมีความเร็วสูงสุดประมาณ 6 Mbps แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ผู้ให้บริการด้วยว่า จะจัดแพ็คเกจจำกัดความเร็วไว้ให้ที่เท่าไหร่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับราคาค่าบริการรายเดือนที่คุณจ่ายในแต่ละเดือน

Satellite Internet Access
การเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อใช้ส่งและรับข้อมูลผ่านดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกเป็นตัวกลางนั้น ผู้ใช้จะต้องเลือกสถานที่ติดตั้งจานดาวเทียมในจุดที่มีทัศนวิสัยบนท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีต้นไม้ ตึก อาคารสูง หรืออุปสรรคขวางกั้น ซึ่งสาย Coaxial Cabling จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก และภายในอาคารเพื่อรับส่งสัญญาณข้อมูลกัน แล้วก็นำมาเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งอาจจะใช้ USB หรือ Network Card เป็นตัวเชื่อมต่อก็ได้

ข้อได้เปรียบของจานดาวเทียมก็คือ ให้ความเร็วที่สูง และสามารถใช้กับพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้บริการ Cable หรือ DSL เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลด้วยเทคโนโลยีนี้จะเร็วกว่า Dial Up ถึง 10-30 เท่า แต่ก็ยังมีความเร็วน้อยกว่าเทคโนโลยีของ Cable และ DSL

การใช้จานดาวเทียมจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่สามารถใช้บริการ Cable หรือ DSL ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีราคาแพงกว่า และไม่สามารถใช้งานได้ดีนักเมื่อสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติไม่อำนวย แต่จานดาวเทียมก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบริเวณที่ไม่สามารถใช้บริการ Cable หรือ DSL ได้ อย่างเช่น ในชนบทที่ห่างไกล หรือ บนหมู่เกาะต่างๆ เป็นต้น

3G Wireless
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ใช้ส่วนมากก็จะใช้เพื่อเช็dอีเมล์ เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อมูลที่มีความสำคัญจากอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ดังนั้น โทรศัพท์ที่รองรับเทคโนโลยี 3G จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟนที่รองรับระบบอีเมล์แบบ real-time อย่าง Blackberry จากค่าย Research In Motion โดยมี Treo จากปาล์ม และ Q จากโมโตโรล่าเป็นคู่แข่งนั้น ก็ได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านเครื่องโทรศัพท์สมาร์ตโฟนจะยังเป็นบริการที่ค่อนข้างใหม่ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องโทรศัพท์ และใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารอยู่เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีโทรศัพท์ และสมาร์ตโฟนที่รองรับเทคโนโลยี 3G ออกมาให้เลือกอยู่มากมาย

Wi-Fi Hot Spots
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว-ไฟ จะออกมาให้เป็นในรูปของมาตรฐาน 802.11b เป็นส่วนใหญ่ โดยปัจจุบันมีจุดที่ให้บริการไว-ไฟ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Hot Spots นั้นอยู่เป็นพันๆ จุดทั่วประเทศ อย่างเช่นในร้านกาแฟ สนามบิน คอนโดมิเนียมบางแห่ง ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงแรมชั้นนำ หรือในออฟฟิศ เป็นต้น ซึ่งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยีไว-ไฟ จะให้ความเร็วที่ 11Mbps ส่วนราคาค่าบริการก็แล้วแต่จุดที่ให้บริการนั้นๆ ซึ่งคุณสามารถหาซื้อแพ็กเกจไว-ไฟ อินเทอร์เน็ตได้จากจุดที่ให้บริการ

แต่สำหรับผู้ที่มี Account ใช้บริการอินเทอร์เน็ตไว-ไฟอยู่แล้ว อาจจะเป็น Account เดียวกับที่คุณใช้ในบ้าน ก็สามารถนำมาใช้บริการในจุดบริการต่างๆ ที่ให้บริการจากค่ายเดียวกันได้ทันที

โดยภาพรวมแล้ว ทั้ง Cable และ DSL ต่างก็เป็นโซลูชั่นอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองและปริมณฑล ส่วนจานดาวเทียมก็ได้เข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการให้กับคนที่อาศัยอยู่ในชนบท หมู่เกาะ หรือว่าในพื้นที่ที่ไม่สามารถให้บริการด้วย Cable และ DSL ได้ ซึ่งการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้บริการจากเทคโนโลยีแบบไหน ก็ควรดูจากความต้องการพื้นฐานของตัวเองก่อน ข้อจำกัดในด้านพื้นที่ให้บริการมีหรือไม่ จากนั้นก็นำเรื่องความเร็ว ราคา และการบริการเข้ามาประกอบการตัดสินใจเพื่อให้เหมาะสมกับในแต่ละพื้นที่การใช้งานที่คุณต้องการ

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็ควรเลือกประเภทการใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง และเหมาะสมกับเม็ดเงินที่คุณต้องจ่ายไปในแต่ละเดือน ซึ่งการตรวจสอบบริการให้ดีก่อนตัดสินใจรับบริการนั้นก็เป็นทางเลือกที่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง

เทคนิคการเลือก ISP
การเลือกบริการอินเทอร์เน็ต จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ISP (Internet Service Provider) ก่อนอื่นก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำอะไร เพื่อการใช้งานทางธุรกิจ เพื่อความบันทึก ดาวโหลดอย่างหนัก หรือว่าแค่ใช้ท่องอินเทอร์เน็ตธรรมดาเป็นบางครั้งคราว เอาเป็นว่าคุณลองตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน

  • โดยเฉลี่ยแล้วคุณใช้อินเทอร์เน็ตกี่ชั่วโมงต่อเดือน?
  • เวลาไหนของแต่ละวันที่คุณชอบใช้อินเทอร์เน็ต?
  • คุณต้องการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองหรือไม่?
  • บริการหลังการขายสำคัญกับคุณหรือเปล่า?
  • ผู้ให้บริการ ISP รองรับการชำระเงินทางออนไลน์หรือไม่?
  • ที่อยู่อีเมล์ที่คุณใช้ประจำมีอยู่กี่แห่ง ?
  • ราคาค่าบริการเท่าไหร่ที่คุณยินดีจ่าย?

ส่วนคำถามอื่นๆ ก็อย่างเช่น ผู้ให้บริการ ISP รายนั้นเปิดให้บริการมาแล้วกี่ปี ? ซึ่งคำถามนี้ดูเหมือนว่าจะไม่สำคัญนัก แต่ในอุตสาหกรรม ISP นั้นมักจะมีผู้ให้บริการที่ล้มหายไปอย่างเงียบๆ อยู่เสมอ โดยการเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ต ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความรู้ด้านเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี มีประสบการณ์ และมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ให้บริการที่ดี ซึ่งในประเด็นนี้ไม่ได้เหมารวมไปถึงความน่าเชื่อถือของสายโทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แต่อย่างน้อยผู้ให้บริการก็ต้องมีโมเด็มคุณภาพดีไว้คอยให้บริการ และมีบริการหลังการขายที่ดี

นิยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแต่ละชนิด
Dial Up : การเชื่อมต่อกับ ISP โดยใช้โมเด็ม ถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ให้ความเร็วไม่เกิน 56 kbps มีราคาถูก
DSL : บริการอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมสูงในเวลานี้ ซึ่งการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตจะใช้สายโทรศัพท์บ้านปกติแต่ให้ความเร็วสูงกว่าแบบ Dial Up และยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ต ไปพร้อมๆ กับการใช้งานโทรศัพท์บ้านได้ในเวลาเดียวกัน
Cable : อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ใช้สายเคเบิ้ลทีวีเป็นตัวเชื่อมต่อ
Satellite : เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้จานดาวเทียม มีราคาแพงมากกว่าการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในแบบอื่นๆ แต่ก็ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
Wireless : เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้รอบบ้านโดยการถือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไปเพียงเครื่องเดียว หรือถ้าคุณอยู่นอกบ้านก็ยังสามารถเข้าสู่โลกไซเบอร์ได้จากจุดที่ให้บริการ Wi-Fi Hot Spots ที่มีอยู่ทั่วโลก

แนะนำร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ
ฉบับนี้ คงจะไม่แนะนำอุปกรณ์ไอทีเหมือนทุกครั้ง แต่จะแนะนำจุดให้บริการอินเทอร์เน็ต ว่าตรงไหนมีร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ให้ใช้บริการกันบ้าง

1. ร้าน “WARP” Modern Internet Caf? และ Game รูปแบบใหม่ ที่พลิกโฉมร้านเกมและอินเทอร์เน็ตแบบเดิมๆ ของประเทศ ด้วยคุณภาพด้านบริการ และบรรยากาศหรูหราระดับ 5 ดาว ทำให้กลายเป็นแหล่งรวมคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีพิษภัย โดยปัจจุบันมีเปิดให้บริการแล้ว 8 สาขา ได้แก่ที่ มาบุญครอง, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, สาขาสามัคคี ประชานิเวศน์2, ลาดกระบัง, ราชเทวี, ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ อุดรธานี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.warp.in.th)
2. ไอซิส อินเตอร์เน็ต ร้านอินเทอร์เน็ตย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ที่เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ต และเกมคอมพิวเตอร์ลิขสิทธ์มานานกว่า 3 ปี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.isis.th.com)
3. Warax Game Shop หนึ่งในกลุ่มบริษัทคอมพิวเตอร์ของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ให้บริการอินเทอร์เน็ตและเกมในรูปแบบ Game and Net Caf? ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 61 โดยเปิดให้บริการมากว่า 5 ปี เน้นรูปแบบร้านทันสมัย บริการที่มีคุณภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบเป็นอย่างดี จับกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติ และวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.warax.com)
4. Caf? J Net NewNew Tokyo ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่น ของบริษัท ฆ่าเวลา จำกัด ที่ถือเป็นจุดนัดพบแห่งวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น พร้อมบริการอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ รูปแบบใหม่สไตล์ญี่ปุ่นบนพื้นที่แบบ Open-space และห้องส่วนตัว ตั้งอยู่บนแยกราชเทวี ถนนเพชรบุรี ใกล้ๆ กับโรงแรมเอเชีย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ka-we-la.com)
5. API Net ได้ก่อตั้งขึ้นมาจากการขยายธุรกิจของ บริษัท เอ พี ไอ ฟิวเจอร์-เทค จำกัด และ บริษัท เอ พี ไอ กรุ๊ป จำกัด ถือเป็นผู้ให้บริการด้านศูนย์คอมพิวเตอร์สาธารณะ (Internet cafe’) ที่มีประสบการณ์ด้าน IT กว่า 7 ปี ซึ่งยึดแนวทางการเป็นสถานีเทคโนโลยี ในระบบแฟรนไชส์ โดยได้เปิดสาขาแห่งแรกที่ แยกมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร และหลังจากนั้นก็ได้ขยายสาขากระจายทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัดรวม 22 สาขา อาทิ เสนานิคม, เชียงราย, ตลาดอมรพันธ์, สาขาเรวดี, สี่แยกบ้านแขก, พาต้าปิ่นเกล้า, รามคำแหง 2, หอการค้า เป็นต้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.api-net.net)
6. T-Net by CAT ร้านอินเทอร์เน็ตทันสมัย ใกล้สถานีรถไฟฟ้าชิดลม ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เจ้าของโครงข่ายที่มี Bandwidth สูง และ TT&T ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 1.5 ล้านเลขหมาย ใน 72 จังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ซึ่งวางโครงข่ายทั่วประเทศด้วยใยแก้วนำแสง และใช้ระบบดิจิตอล ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมทั้งภาพ เสียง และข้อมูล แก่ลูกค้าประชาชนที่มาขอรับบริการ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ttt.co.th หรือ www.tcatnet.biz)
7. Coffee at True ร้านอินเทอร์เน็ตแบบ Lifestyle Shop ที่เปิดให้บริการสาขาแรกที่ถนนข้าวสาร ซึ่งกลายเป็นสถานที่นั่งจิบกาแฟถ้วยโปรดพร้อมเล่นอินเทอร์เน็ตแห่งใหม่ แถมยังมีบริการอย่างเกมออนไลน์, ไลฟ์ แชต ที่คุยกันแบบเห็นหน้าผ่าน Webcam พร้อมหูฟังและไมโครโฟนเสร็จสรรพ, TV on demand ให้ได้ดูรายการที่พลาดได้ และ Movie & Music Download ที่จะดูหนังหรือฟังเพลงก็ได้ทันที ปัจจุบัน Coffee at True ได้ขยายสาขาพร้อมเปิดให้บริการแล้วที่ เซ็นทรัล บางนา, เดอะมอลล์ บางกะปิ, แฟชั่น ไอส์แลนด์, ยูไนเต็ด เซ็นเตอร์, เซ็นทรัล พระราม2, ไอที มอลล์, เดอะมอลล์ ท่าพระ, รอยัลการ์เด้น พัทยา, เดอะมอลล์ บางแค, ซีคอน สแควร์, MRT สุขมวิท และ สยาม พารากอน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truecorp.co.th)
8. Starbucks ร้านกาแฟชั้นนำ แหล่งให้บริการ Wi-Fi Hotspot ที่พร้อมให้บริการเกือบทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นที่ เอ็มโพเรียม, ทองหล่อ, CRC Tower, หลังสวน, พหลโยธิน, SCB park West, สยาม ดิสคัฟเวอรี่, สยามสแควร์, อาคารอื้อ จื่อ เหลียง, ตึก UBC II, ถนนข้าวสาร เป็นต้น
9. Au Bon Pain นี่ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่พร้อมให้บริการ Wi-Fi Hotspot เปิดให้ใช้บริการแล้วที่สาขาเอ็มโพเรียม, M Thai Tower, Sun Tower, อาคารอื้อ จื่อ เหลียง, สยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นต้น
10. เซ็นทรัล พลาซา ทางด้านห้างสรรพสินค้าอย่างเซ็นทรัล พลาซา ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน มีบริการ Wi-Fi Hotspot ให้ใช้บริการเช่นกัน ในสาขา พระราม 2, ลาดพร้าว, บางนา, พระราม 3 เป็นต้น

หมายเหต
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ให้บริการ Wi-Fi Hotspot สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwirelesslan.com โดยเว็บไซต์นี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการ Wi-Fi Hotspot ของทุกค่ายอย่างละเอียดเลยทีเดียว พร้อมรายละเอียดจุดให้บริการทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด และลิงก์ที่จะพาคุณไปสู่เว็บไซต์ผู้ให้บริการแต่ละรายได้ตามต้องการ

Theme: Banana Smoothie. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.