Digital Age

ธันวาคม 18, 2006

Wi-Fi Mesh Networks พัฒนาการก้าวต่อไปของ Wi-Fi

Filed under: How to, Wi-Fi — printmag @ 5:08 am


ความเป็นมาตรฐานและการยอมรับอย่างแพร่หลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาของ อุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย Wi-Fi (IEEE 802.11) ที่ถูกลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความง่าย ในการใช้งานต่างเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้เกิดการเติบโตของการใช้งานเครือข่ายบรอดแบนด์ไร้สาย ความสามารถในการเชื่อมต่อสู่เครือข่ายไร้สายได้ถูกใส่เข้าไปใน เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและ PDA แทบจะทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซึ่งในอนาคตก็เป็นไปได้ว่า จะเป็นฟีเจอร์มาตรฐานสำหรับ เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง

ปัจจุบันมีผู้ทำงานในลักษณะของโมบายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของ Wi-Fi ในการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ สายสัญญาณเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้จำกัดการขยายตัวของการใช้งานเครือข่าย ไร้สายไปยังบ้านพักอาศัย สำนักงาน และฮอตสปอร์ตต่างๆ (เช่น ร้านกาแฟ สนามบิน โรงแรม เป็นต้น) ยิ่งไปกว่านั้นการติดตั้งและขยายจำนวนของฮอตสปอร์ตเป็นงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อนมาก

สำหรับด้านการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายไร้สายนั้น ไมโครซอฟต์และเวอริไซน์ได้ร่วมมือกันพัฒนา ระบบการรักษาความปลอดภัยให้กับการใช้งานเครือข่าย Wi-Fi โดยจะร่วมมือกันในการพัฒนา สถาปัตยกรรมความปลอดภัยของ Wi-Fi ด้วยการนำเทคโนโลยี NAP (Network Access Protection) ของไมโครซอฟต์มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ Platform Unified Authentication ของเวอริไซน์ โดยสถาปัตยกรรมใหม่นี้จะช่วยให้การบริหารจัดการและการใช้งาน Wi-Fi มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

จากข้อจำกัดที่ได้กล่าวมาทำให้เกิดการคิดค้นเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า Dense-cellular Wi-Fi Mesh Networking ซึ่งสามารถแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อไปของระบบ เครือข่ายไร้สาย โดยมีต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปซึ่งได้มีโครงการนำร่องในการติดตั้งระบบ Wi-Fi mesh ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเมืองไปบ้างแล้วใน 4 รัฐของประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยเป็นเครือข่าย ไร้สายสำหรับการใช้งานด้านความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ของตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยงานรัฐอื่นๆ ใช้ในการสื่อสารและค้นหาข้อมูล

อีกทางเลือกหนึ่งในการใช้งานบรอดแบนด์ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือที่สามารถสื่อสารได้ทั้งเสียงและข้อมูล จากทุกที่ทุกเวลานั้นก็ยังมีข้อจำกัดของความเร็วในการสื่อสารข้อมูล ซึ่งในมุมของผู้ใช้นั้นก็ต้องซื้อการ์ด โมเด็มและยังต้องจ่ายค่าบริการเสริมแบบรายเดือนเพิ่มอีกด้วย โดยมีเทคโนโลยีมือถือยุค 3G อย่าง CDMA 1xEV-DO (Evolution, Data-Optimized) ที่สามารถให้ความเร็วในการดาวน์โหลดที่ 300-500 Kbps และความเร็วในการอัพโหลดที่ประมาณ 153 Kbps โดยเป็นการแบ่งใช้ช่องสัญญาณ ของ CDMA (Code Division Multiple Access) จากสถานีฐานที่มีอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม จากจำนวนช่องสัญญาณที่มีซึ่งคิดตามจำนวนสถานีฐานที่มีอยู่หนึ่งสถานีทุกๆ 2 ตาราง กิโลเมตรโดยประมาณนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานีฐานเก่าที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี 1xEV-DO หรือ เทคโนโลยีอื่นๆ ก็ยังให้บริการ บรอดแบนด์แก่ผู้ใช้ได้จำนวนจำกัด เมื่อเทียบกับเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi ที่ให้บริการในพื้นที่ในระยะ 50-100 เมตรนั้น และดูถึงความเร็วในการสื่อสารข้อมูลในระดับ 10-50 เมกะบิตแล้วก็เทียบกันไม่ได้เลย

ดังนั้นจึงได้เกิดแนวความคิดในการผสมผสานข้อดีของเทคโนโลยีด้านมือถือที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง และข้อดีของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่ให้ความเร็วในระดับเมกะบิตเข้าด้วยกัน จึงทำให้เกิด เทคโนโลยีใหมที่เรียกว่า Wi-Fi Mesh Networks ที่จะเป็นทางเลือกในการให้บริการบรอดแบนด์ ความเร็วสูงแบบไร้สาย ที่สามารถให้บริการในพื้นที่ระดับเมืองได้ ลองจินตนาการดูว่าท่านสามารถเชื่อมต่อ สู่อินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ในร้านกาแฟ เดินขึ้นรถประจำทางเพื่อไปทำงานจนกระทั่งถึงสำนักงาน โดยที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและ ทำงานได้ตลอดเวลา เหมือนอย่างที่ถนนสีลมที่เพิ่งได้มีการติดตั้ง เครือข่ายไร้สายตลอดเส้นทางแล้ว

เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี WiMAX ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ตั้งแต่ 2-10 กิโลเมตร โดยสามารถนำเอาอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อไปทั่วทั้งตัวเมืองโดยไม่ต้องอาศัยสายสื่อสัญญาณของเครือข่าย โทรศัพท์พื้นฐานหรือระบบเครือข่ายเคเบิลเลย ซึ่งทำให้ผู้ใช้ที่อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ DSL และเคเบิล สามารถเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้

โดยทางอินเทลได้เริ่มผลิตชิป WiMAX เพื่อนำออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 หรือ พ.ศ. 2551 นี้แต่ผู้ใช้ก็ต้องเปลี่ยนหรืออัพเกรดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ PDA ให้สามารถรองรับการสื่อสาร WiMAX ได้เสียก่อน โดยทางเทคโนโลยี Wi-Fi ยังมีความได้เปรียบทางด้านอุปกรณ์ที่สามารถรองรับการทำงาน Wi-Fi ได้แล้ว และจำนวนผู้ใช้ที่มีอยู่มากมายทั่วโลกทำให้เกิดคำถามตามมาว่า WiMAX จะสามารถเกิดในวงการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายได้จริงหรือไม่

Predictive Wireless Routing Protocol (PWRP) : แก่นเทคโนโลยีของ Wi-Fi Mesh Networks ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ช่วยให้อุปกรณ์แอสเสส พอยต์ (Access Point) สามารถ คิดหาเส้นทางได้เอง ตลอดจนสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนแอสเสส พอยต์ได้ทุกเมื่อ และยังสามารถ เพิ่มความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลโดยการลดไอพี เฮดเดอร์ (IP Header) และการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย จึงทำให้สามารถลดค่าติดตั้งสายสัญญาณไปยังแอสเสส พอยต์ แต่ละตัว และให้ความคล่องตัว ซึ่งง่ายในการออกแบบติดตั้งอุปกรณ์ PWRP นับเป็นเราติงโปรโตคอล ตัวแรกสำหรับเครือข่ายไร้สายอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นคำตอบให้กับการใช้งานบรอดแบนด์ไร้สาย ในระดับเมือง

การประยุกต์ใช้งานของ Wi-Fi Mesh Networks นั้นสามารถนำไปใช้ด้าน การเข้าถึงระบบฐานข้อมูลผ่านโมบาย ระบบ Video Surveillance ตลอดจนระบบ GIS (Geographic Information System) และการสื่อสารด้านเสียงผ่านเครือข่าย บรอดแบนด์ไร้สายบนมาตรฐาน SIP (Session Initiation Protocol) ซึ่งมีแนวโน้ม ที่จะเป็นบริการฟรีสำหรับผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ในอนาคต

จากผลการวิจัยของไอดีซีในยุโรป สรุปไว้ว่า Wi-Fi mesh networks ได้เป็นพัฒนาการ ก้าวต่อไปของระบบเครือข่ายไร้สาย ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนฮอตสปอร์ตในยุโรปแล้วกว่า 24,000 แห่ง แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งหมด และด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้น่าจะเป็นการต่อยอดและ ขยายพื้นที่การให้บริการของ Wi-Fi โซนให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้จำนวนมากหรือพื้นที่ซึ่งยังไม่มีสื่อสัญญาณบรอดแบนด์เข้าถึง

เมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมาทาง NASA ได้มีการทดสอบระบบ Wi-Fi mesh networks ที่ศูนย์ทดสอบในรัฐอริโซนาเพื่อเป็นการศึกษาและหาแนวทางในการติดตั้งระบบสื่อสารไร้สายที่จะใช้ใน ภารกิจบนดาวอังคาร ซึ่งจากประสบการณ์เดิมที่ผ่านมานั้นต้องให้พาหนะยานยนต์ในการเก็บตัวอย่าง และนำกลับมาที่ยานแม่ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน และทำงานได้ช้ามาก ดังนั้นแนวความคิดที่จะ ให้พาหนะยานยนต์เคลื่อนที่ไปในระยะที่ไกลขึ้นแล้วทำการเก็บตัวอย่างต่างมาทำการวิเคราะห์และ ส่งข้อมูลกลับมายังยานแม่ซึ่งจะทำการส่งข้อมูลกลับมายังสถานีควบคุมบนโลกอีกทอดหนึ่งโดยที่ ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งกลับไปกลับมา

ซึ่งทางทีมงานของ NASA ได้ทำการทดสอบระบบเครือข่ายไร้สายมากว่า 5 ปีแล้ว โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาเทคโนโลยีอวกาศของ NASA นั้นจะเป็นเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งมี ค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยีที่ใช้ในเชิงพาณิชย์อยู่แล้วอย่าง Wi-Fi ซึ่งจาก การศึกษาพบว่า NASA สามารถที่จะนำเอาแนวคิดและเทคโนโลยี Wi-Fi Mesh Networks ไปใช้ในการสำรวจดาวอังคารได้โดยจะเป็นการสร้างเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi บนดาวอังคาร สำหรับภารกิจครั้งต่อไป

Theme: Banana Smoothie. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.